[BONE] สรุป Event II : THERE'S SOMETHING IN THE NIGHT

posted on 26 Apr 2014 16:24 by vetika01 in BONE
 
 
 
 
เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
Episode I : Event II
 
 
 
 
 
 
 
 
...อโทรพอสไม่เคยหลับ...


แม้ในยามกลางคืนที่ทั่วทั้งท้องน้ำเปลี่ยนเป็นสีเข้มดั่งหยดหมึก
 
ก็ยังมีแสงสะท้อนเรืองรองจากเรืออโทรพอส
 
 
บนเรือนี้เต็มไปด้วยแสงสว่าง
 
 
 
 
 
 
 
...นอนไม่หลับ...
 
 
 
เวนดี้คิดว่าอาจเป็นเพราะความตื่นเต้นที่ได้เหยียบขึ้นเรือเป็นครั้งแรกในชีวิต แถมยังใหญ่โตหรูหราถึงเพียงนี้
 
บวกกับเสียงกึงกังเบาๆ และแรงโคลงของเรือ
 
เด็กสาวจึงตื่นขึ้นมาเพื่อพบว่าตนเองนอนไปเพียงไม่กี่ชั่วโมง...
 
 
 
ระหว่างที่นอนเหม่อมองเพดานห้อง และใกล้ะเคลิ้มหลับไปอีกครั้ง
 
 
 
...เสียง...แปลกๆ...
 
 
เด็กสาวดึงสติกลับมาจากความง่วง และหันไปมองทางประตูห้องผู้โดยสารและตัดสินใจลุกไปเงี่ยหูฟังใกล้ๆ บานประตู เมื่อเสียงที่ว่ายังคงดังแผ่วๆ ราวกับเรียกให้สงสัย
 
 
และ...
 
 
เวนดี้ตัดสินใจออกไปดูนอกห้อง เพื่อให้แน่ใจว่าตนไม่ได้หูฝาดเพราะความแปลกที่
 
 
 
 
...ไม่เห็นมีอะไร...
 
 
 
ทางเดินโล่งและสว่าง ไม่มีอะไรให้น่าสงสัยสักนิด ไม่มีสิ่งผิดปกติที่ทำให้เิกดเสียงได้
 
 
แต่แบบนี้กลับยิ่งน่าสงสัย
 
 
 
เด็กสาวรู้ว่าตอนนี้ตัวเองรู้สึกตื่นตัวเกิดกว่าจะกลับไปนอนมองเพดานห้องจนเคลิ้มหลับไปเองได้ และทางเดินสว่างๆ บนเรือนี้ไม่น่าจะมีอะไรน่ากลัว
 
 
เวนดี้ตัดสินใจเดินไปห้องอาหารของผู้โดยสารชั้นสาม เพราะนึกขึ้นได้ว่ามีห้องพักของผู้ให้บริการผู้โดยสารเฉพาะผู้โดยสารชั้นนี้อยู่
 
 
อย่าน้อยเขาน่าจะให้คำตอบที่น่าสบายใจกับเธอได้
 
 
แต่ปัญหาก็คือ เธอหาห้องอาหารที่ว่าไม่เจอ...
 
 
 
หลังจากเดินวนเสียทั่ว พยายามระลึกความทรงจำว่าห้องอาหารผู้โดยสารควรจะไปทางไหน ทว่านึกไม่ออก
 
 
...แต่ถ้าจะให้เดินหาล่ะก็ ลองขึ้นข้างบนก่อนน่าจะดี...
 
 
 
 
ระหว่างทางที่กำลังเดินขึ้นบันได ท้องไส้ก็ดันหิวขึ้นมาเพราะเวลาเริ่มดึกพอดี
 
 
 
..ผิดเวลาเกินไปแล้ว...
 
 
 
เวนดี้คิดว่าคงเป็นเพราะตื่นเต้นที่ขึ้นเรือ แต่เวลาแบบนี้ถึงหิวก็ไม่มีอารมณ์จะกินอะไร ว่าไปแล้วชั้นC มีพนักงาน ถึงจะเป็นสำหรับผู้โดยสารชั้นหนึ่ง แต่ถ้าแค่ตอบคำถามก็ไม่น่าจะปฏิเสธ
 
 
 
...ถ้าจ่าค่าตั๋วแพงขนาดนั้นต้องได้รับการบริการเป็นพิเศษคุ้มค่ากับราคาตั๋วที่สุดแสนจะสูงลิ่วอยู่แล้ว ถ้าหากว่าจะตามหาพนักงานประจำเรือ ก็น่าจะหาตัวได้ไม่ยากจากบริเวณที่มีผู้โดยสารขั้นหนึ่งอยู่...
 
 
ร่างโปร่งคิดพลางสาวเท้าไปตามทางจนถึงห้องอาหารสำหรับผู้โดยสารชั้น C

และทันทีที่เธอก้าวเข้ามาในบริเวณห้องอาหารของผู้โดยสารชั้หนึ่ง
 
"อ..เอ๋ คุณมาทำอะไรที่นี่น่ะครับ"
 
 
 
ชายหนุ่มในชุดพนักงานประจำเรือมีท่าทางตกใจที่เห็นเด็กสาวจากกลุ่มผู้โดยสารชั้นสามมาโผล่แถวนี้ ใบหน้าตกกระเบื้องหลังกรอบแว่นนั่นดูตกใจเสียจนน่าขัน
 
 
 
และเธอเผลออมยิ้มนิดๆ (นิดๆจริงๆ) กับท่าทางดังกล่าง ขณะที่ถามกลับ
 
 
"หน้าตาตื่นเชียว ฉันน่าตกใจขนาดนั้นเลยหรือคะ"
 
 
พนักงานตอบปฏิเสธอย่างแข็งขัน หลังจากที่คุยกันเล็กน้อย เวนดี้ก็รู็ว่าการที่เธอออกมาเดินผิดที่ผิดทางก็อาจทำให้พนักงานบริการดีๆ ที่รักในอาชีพตัวเองงคนหนึ่งเดือดร้อนได้เหมือนกัน
 
 
แต่พอเธอชมเรื่องที่ว่าเขาโชคดีที่ได้ทำงานบนเรือหรูๆ
 
 
...เขาก็ตัวสั่น และพูดเชิงปฏิเสธ...
 
 
...ทำไมกันนะ?...
 
 
เด็กสาวเปลี่ยนไปสงสัยเรื่องอื่นแทน โดยลืมไปเสียสนิทว่ามีเรื่องอื่นที่ตั้งใจจะมาถามพนักงาน
 
 
 
เมื่อหันมาดูอีกที บริเวณที่ธอยืนอยู่ก็มีกลุ่มคนขนาดย่อมๆ มารวมตัวกันเสียแล้ว
 
น่าแปลกที่คนทุกเพศทุกวัยมารวมกันแบบนี้ แต่ที่แปลกกว่าก็คงเป็นเสียงที่ทำให้ทุกคนออกมารวมกัน
 
 
 
ยังไม่ทันได้เริ่มถามอะไรให้เป็นเรื่องเป็นราว เรือก็โคลงกระทันหันจนทุกคนต้องรีบทรงตัวก่อนจะล้ม
 
และเหตุการณ์ก็เริ่มแปลกขึ้นเรื่อยๆ
 
 
ตึง!
 
 
เสียงแปลกๆ ดังขึ้นในระยะไม่ห่างจากจุดที่พวกเธอยืน และมันดังมากจนต้องสะดุ้งหันขวับไปมอง
 
 
ทุกคนนิ่งไปครู่ จนมีชายคนหนึ่งชักชวนให้ทั้งกลลุ่มเดินไปดูด้วยกัน
 

โชคดีที่ไฟบริเวณทางเดินยังคงเปิดอยู่ ทำให้มองเห็นทางได้ชัด เมื่อเลี้ยวพ้นหัวมุมไป ก็มองเห็นว่าทางเดินที่ยาวเป็นเส้นตรงนั้นว่างเปล่า ปราศจากวี่แววของสิ่งผิดปกติใด

...แต่ก็ไม่แน่...ไม่มีใคมองไปจนเห็นสุดฟากเรือได้หรอก...

"อะ..เอ่อ.....ขอโทษนะคะ........."

เด็กสาวคนหนึ่งส่งเสียงแทรกขึ้นมากลางวง เธอเลิ่กลั่กมองไปรอบๆ ด้วยท่าทีเขินอาย

เมื่อเห็นว่าพอจะเรียกความสนใจจากคนอื่น ๆ ได้แล้ว เธอจึงเริ่มพูดต่อ


"คือว่า....เมื่อกี้ทุกท่านได้ยินตรงกันว่ามีเสียงดังมาจากทางนี้ แต่พอมาถึงสถานที่จริงแล้วกลับไม่พบอะไรเลย.... ไม่คิดว่านี่เป็นเรื่องแปลกบ้างหรือคะ"


เด็กสาวช้อนดวงตาคู่สวยขึ้นไล่สบตาทุกคนด้วยสายตาใสซื่อราวกับลูกแมวตัวน้อย ๆ

"ถ้ายังไง....."

"เราลองหยุดคุยรายละเอียดกันสักเล็กน้อย........ดีไหมคะ?"


แต่เมื่อทุกคนหันหน้าเข้าหากันเพื่อพูดคุย บางสิ่งบางอย่างก็ผ่านไปทางด้านหลังอย่างรวดเร็ว
 
 
เด็กหญิงที่เริ่มพูดเป็นคนแรกถูกบางอย่างกระแทกล้ม พร้มคว้าชายคนข้างๆให้เสียหลักตามไปด้วย
 
ยังไม่ทันที่ใครจะตั้งสติได้ ก็มีอีกสามคนที่ล้มตามกันไป
 
 
เธอพยายามจะมองตามการเคลื่อนไหวเจ้า 'เงา' ที่ก่อนเหตุวุ่นวายหนักขึ้นเรื่อยๆ ให้ทัน
 
 
ตึง!
 
ร่างของเวนดี้โดนชนล้ม พร้อมกับคนที่ยืนข้างๆ อีกคน
 
 
 
ความวุ่นวายทำให้ทุกคนทั้งที่ล้มและยืนอยู่ตี่นตระหนก นอกจากเสียงอุทานก็แทบจะไม่มีใครได้พูดอะไรออกมาเลยซักคำ จนกระทั่งเงาประหลาดเคลื่อนไปหยุดอยู่ในมุมมืดของทางเดิน จึงพอจะมีช่องให้ตั้งสติได้
 
แต่คนที่ล้มอยู่ก็เจ็บเกินกว่าจะพยุงตัวขึ้นมาได้ในทันที รวมถึงเธอด้วย
 
 

"ทุกคนๆ ใจเย็นๆก่อนนะ" ชายคนหน่งพูดพลางขยับแว่นให้เข้าที่ เพื่อมองไปที่จุดนั้นให้ชัดขึ้น

"คุณในเรือนี้มีอย่างอื่นนอกจากผู้โดยสารด้วยหรือ?" เขาหันไปถามพนักงานเรือ


เด็กหนุ่มอีกคนก็หันไปถามพนักงานที่มาด้วย

"พี่ชายเป็นพนักงานสิะฮะ พนักงานที่ดีน่ะต้องปกป้องผู้โดยสาร เพราะงั้น....... นำทุกคนไปเลยฮะ Go!!"


"ไม่ต้องห่วงนะไอ้หนุ่ม! ยังมีพวกเราอยู่ข้างๆนะ!" ชายใส่แว่นว่าเสร็จก็ตบไหล่ให้กำลังใจ
 
 
 
ถึงแม้จะไม่เต็มใจ แต่ด้วยหน้าที่ พนีกงานเรืือคนดังกล่าวจึงเคลื่อนเข้าไปใกล้...
 
 
ตูม!!!
 
 
ร่างของเขาถูกดีดกระเด็นกลับมาอย่างแรง พร้อมด้วยสิ่งที่ทำร้ายเขาก็ก้าวออกมาให้เห็นหน้า
 
 
 
...ม้าแข่งสีน้ำตาลขนาดใหญ่...ที่กำลังพยศ...
 
 
 
ความตกใจทำให้คนที่เหลือวิ่งหนี และม้าก็วิ่งตาม
 
เวนดี้เห็นผู้หญิงคนหนึ่งสะดุดล้ม แต่ก็สายเกินจะช่วยเหลือเมื่อเธอถูกเจ้าม้าพยศที่กวดมาเหยียบ และนอนนิ่งไป
 
 
ความชุลมุนเพิ่มขึ้นเท่าตัวเมื่อม้าแข่งที่กำลังพยศใกล้เข้ามาเรื่อยๆ และไม่มีใครตั้งรับทัน
 
 
...สถานการณ์เลวร้ายสุดๆ...
 
 
 
แล้วชายสวมแว่นก็หยุดเท้า และชูสองมือเลียนแบบท่า"หกหลัง" ของม้าพร้อมตะโกนใส่มันเสียงดังลั่น
 
 
มันผงะไป
 

ดูเหมือนจะได้ผล เจ้าม้าพยศเมื่อสักครู่กลับค่อยๆมีอาการสงบลงอย่างเห็นได้ชัด..

 
 
 

"น..นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันครับ!"


เสียงหนึ่งที่ดังมานั้นมาจาก พนักงานบนเรืออีกคนหนึ่งที่ดูตัวเล็กจนเหมือนเด็กผู้ชาย

เขามองม้าที่พึ่งหยุดพยศไปหมาดๆ ก่อนจะมองพนักงานบนเรืออีกคนที่ถูกม้าดีดกระเด็นไป และผู้โดยสารในกลุ่มคุณที่นอนอาการไม่ดีอยู่


"ย..แย่แล้ว"


เขารีบติดต่อแพทย์บนเรือให้มาพาทั้งคู่ที่บาดเจ็บสาหัสไปรักษา ก่อนจะแจ้งให้พนักงานที่ดูแลเกี่ยวกับสัตว์มาพาม้าไปดูแลต่อ  


"ทุกท่านดูท่าทางเหนื่อยๆ ผมว่ารีบกลับไปพักผ่อนที่ห้องพักเถอะครับ" เขากล่าวด้วยน้ำเสียงแสดงความเป็นห่วง

เวนดี้เดินกะเผลกไปตามแรงพยุงของแพทย์แต่ในใจก็ยังคงสงสัย

...ทำไมถึงมีม้าหลุดออกมากลางเรือที่หรูหราและการรักษาความปลอดภัยน่าจะแน่นหนาขนาดนี้ได้?...

...เกี่ยวอะไรกับท่าทางที่ผิดปกติของพนักงานเรือที่กำลังบาดเจ็บคนนั้นรึเปล่า?...

ท่าทางเธอคงต้องออกมาเยี่ยมพนักงานผู้บาดเจ็บคนนั้นสักหน่อย...

...หลังจากเธอหายขาสั่นเพราะตกใจก่อนล่ะนะ...

=================================

แง่มๆ ส่งสาย แต่ขวดใช้อัตโนมัติใช่มั้ยคะ //หงึกก Q_Q

ขอบพระคุณสมาชิกกลุ่ม K ทุกท่านจริงๆนะคะ เราแทบไม่ได้ช่วยเลย มายืนตกใจให้ม้าสไตรค์เล่นจริงๆ (ฮาาา)

ช่วงนี้ติดกิจกรรมมหา'ลัยสุดๆ เลยค่ะ ทั้งสอบทั้งเรียน ทั้งงาน แถมสไก่ก็เน่าไม่แจ้งเตือน ไม่อัพเดทด้วย

จะพยายามติดตามไม่ให้ลูกสาวตตายก่อนนะฮ้าาาาา อิอิ


 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet

โชคดีแล้วครับที่เวนดี้ไม่เป็นอะไร
//จริงต้องบอกว่าโชคดีที่รอดทั้งกลุ่ม //ถึงจะมีปางตายก็เถอะ
อีเว้นต์นี้สนุกมาก ขอบคุณที่เอาชีวิตรอดในกลุ่มKด้วยกันนะครับ!

#2 By Canes* on 2014-05-13 21:22

เรื่องราวน่าสนใจดีนี่ จะรอฟังเนื้อเรื่องต่อไป

#1 By Bottleneck on 2014-04-27 11:19